ClinicDek Dot Com

Main Menu

  • Home
  • หน้าแรก
  • ข่าวสาร
  • ก่อนจะเป็นคุณแม่
  • การดูแลสุขภาพ
  • พัฒนาการเด็ก
  • โภชนาการ
  • วัคซีน
  • โรคของเด็ก
  • First Aids
  • คำถามที่มักถามบ่อย
  • มุมหนังสือ-กิจกรรม
  • มุมเด็กพิเศษ
  • แนะนำเว็บไซต์

มี 11 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

350085
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
9
2706
2715
329324
44973
82662
350085

Your IP: 54.234.231.49
Server Time: 2013-05-20 00:11:20
Visitors Counter

พัฒนาการปกติ เดือนที่ 12 “ หนูเดินได้แล้ว”

พัฒนาการปกติ เดือนที่ 12   “ หนูเดินได้แล้ว”

     ลูกจะเริ่มมีความรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง และรู้ว่า ตนเองก็เป็นคนหนึ่งคน ที่แยกจากแม่ได้ (sense of self) เขารู้สึกถึงการเป็นตัวตนของเขา และจะมีวิธีที่จะบอกคุณได้ว่า อะไรชอบ อะไรไม่ชอบ.....

อ่านเพิ่มเติม...

การรักษาไข้หวัดใหญ่

การรักษาไข้หวัดใหญ่

คนบางคนอาจจะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่โดยไม่ทันได้ตั้งตัว กว่าจะรู้ก็มีอาการไข้ ปวดเมื่อยตัว และไอมาก รู้สึกเพลียๆ มึนๆศีรษะ พยายามนอนพักแต่ก็เพราะการงานจำเป็นทำให้ไม่สามารถหยุดพักได้นาน แม้แต่เด็กที่กำลังเรียน ก็จะหยุดอยู่บ้านได้ไม่กี่วัน หยุดนานไปก็จะมีปัญหาเรียนไม่ทันเพื่อน และมีการบ้านค้างเยอะเลย ส่วนใหญ่อาการจะไม่รุนแรงนัก และทานยารักษาอาการหวัดทั่วไปก็มักจะดีขึ้น

แต่คนบางคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่อาจไม่ได้มีโชคดีที่เพียงพักไม่กี่วันและทานยาธรรมดาก็หาย สามารถกลับไปทำงานหรือไปเรียนได้ตามปกติ เพราะไข้หวัดใหญ่ในคนไข้แต่ละรายอาจมีอาการและการดำเนินโรคได้แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับระบบภูมิคุ้มกันของคนไข้ด้วย จึงพบว่าในรายที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ คนสูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ฯลฯ อาจเกิดโรคแทรกซ้อน ทำให้มีอาการหนักจนต้องเข้ารักษาตัวในหน่วยไอซียู ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หรืออาจจะหนักจนเสียชีวิตได้

ในปัจจุบันจึงมีการใช้ยาต้านไวรัสซึ่งมีฤทธิ์หยุดยั้งการแบ่งตัวของไวรัสไข้หวัดใหญ่ทั้งสายพันธ์ A และ B ได้เป็นอย่างดี ได้แก่ยา Oseltamivir  (Tamiflu)ซึ่งเป็นยาชนิดรับประทาน และยา Zanamivir   (Relenza) ซึ่งเป็นยาพ่น ใช้สูดดมเข้าปอด และทางการแพทย์พบว่าการให้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่ในช่วง 1 ถึง 2 วันแรกของการเจ็บป่วย จะช่วยทำให้อาการต่างๆดีขึ้นเร็วและลดปัญหาการเกิดโรคแทรกซ้อนลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

 ในปัจจุบันยังไม่พบว่ามีปัญหาการดื้อยาทั้ง 2 ชนิดนี้ที่มีนัยสำคัญ แต่ปัญหาของการรักษาที่ไม่ได้ผลดีนักในบางรายมักจะเกิดจากการที่เริ่มการรักษาช้าหรือเกิดจากการติดเชื้ออื่นแทรกซ้อน หรือจากการที่มีโรคประจำตัว จึงทำให้มีการดำเนินโรค และอาการต่างๆ เช่น ปอดบวมลุกลามได้เร็ว มากว่าที่จะเป็นจากปัญหาเชื้อดื้อยา แต่ในแง่ของเวชปฎิบัติแล้วก็ยังต้องนึกถึงปัญหาเชื้อที่มีการดื้อยาด้วยเสมอ


 

เรียบเรียงโดย

นพ.ประสงค์ พฤกษานานนท์

คลินิกเด็ก ดอท คอม

แหล่งที่มาของข้อมูล www.cdc.gov/flu

การระบาดของไข้หวัดใหญ่ปี 2013 นี้เหมือนหรือต่างกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่ปี 2009อย่างไร?

การระบาดของไข้หวัดใหญ่ปี 2013 นี้เหมือนหรือต่างกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่ปี 2009อย่างไร?

ปี2013 นี้ถึงแม้จะมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในอเมริกา แต่พบว่าเชื้อที่เป็นสาเหตุก็เป็นเพียงไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ A / H3N2/ Victoria ซึ่งเป็นสายพันธ์ตามฤดูกาล (Seasonal influenza) ไม่ใช่สายพันธ์ใหม่ที่มีการกลายพันธ์จากไวรัสสายพันธ์ของสุกร Swine Influenza อย่างของปี 2009ซึ่งในตอนนั้นประชากรทั่วไปยังไม่เคยมีภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ A H1N1 2009 Swine เลย จึงทำให้เกิดการระบาดลุกลามไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว และประกอบกับการที่เชื้อที่กลายพันธ์นี้มีความดุในการทำลายเนื้อเยื่อของปอดแม้แต่ตอนที่มันอยู่ในสุกรก็ทำให้สุกรที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สุกรเสียชีวิตเป็นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อมันกลายพันธ์มาเข้าสู่คนจึงมีความรุนแรงในแง่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม การหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้มากเช่นกัน ทางองค์การอนามัยโลกจึงขนานนามเป็น pandemic influenza2009 (pdm-09) ซึ่งหมายถึงเชื้อที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก และในตอนปี 2009  นั้น ยังไม่มีวัคซีนสำหรับเชื้อpandemic influenza  นี้ จึงทำให้ไม่สามารถหยุดยั้งหรือชะลอการแพร่ระบาดได้ง่ายนัก

โชคดีที่องค์การอนามัยโลกออกประกาศเตือนและมีการใช้นโยบายการแยกผู้ป่วยและการใช้ผ้าปิดปากและจมูก การเน้นสุขอนามัย เช่นการล้างมือ และยังมียาต้านฤทธิ์ไวรัสไข้หวัดใหญ่ Tamiflu  และ Relenza  ที่สามารถใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้ จึงทำให้อัตราตายลดลง จนในช่วงปลายปี2009  จึงเริ่มมีวัคซีนสำหรับป้องกันเชื้อpdm-09   ออกมาให้เริ่มฉีดกัน เป็นรุ่นพิเศษที่มีเชื้อเดียวคือpdm-09  เท่านั้น ซึ่งในเวลาต่อมาทางองค์การอนามัยได้คัดเลือกให้เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ A/ H1N1/ pdm-09 นี้ เป็นองค์ประกอบหลักในวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในปีต่อๆมาจนถึงปีปัจจุบัน

แต่สำหรับปี2013  นี้ ทางองค์การอนามัยโลกได้ติดตามเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ A/ H3N2/ Victoria  นี้ มาตลอดพบว่าเป็นสายพันธ์ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่ไม่ได้มีความดุร้ายเหมือนที่พบในปี 2009และได้มีการทำวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่มีองค์ประกอบของเชื้อไวรัสนี้ให้ใช้แล้ว ตั้งแต่ปลายปี 2012   ซึ่งเป็นวัคซีนที่มีองค์ประกอบของไวรัสทั้ง 3  ชนิด ที่ตรงกับเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่กำลังระบาดในส่วนต่างๆของโลก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ประกาศว่าเชื้อที่มีอยู่ในวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปี  นี้เป็น good match กับตัวเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่มีการระบาดอยู่ในตอนนี้ ซึ่งหมายความว่าประสิทธิภาพของวัคซีนปีนี้ในการป้องกันไข้หวัดใหญ่จะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก และเนื่องจากไม่พบว่าเชื้อนี้เกิดการกลายพันธ์จากลูกผสมของสุกร หรือ จาก สัตว์ปีก ( เช่น นก หรือ ไก่) ทำให้ไม่น่าที่จะเกิดการระบาดที่ลุกลามเร็วแพร่ไปทั่วโลกได้อย่างเชื้อ pdm-09  ทำให้ขณะนี้ทางองค์การอนามัยโลกเรียกการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในอเมริกาว่าเป็นแค่ระดับการระบาดทั่วไป (outbreak) ที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น หรือภูมิภาค ไม่ใช่เป็นการระบาดที่จะแพร่กระจายไปทั่วโลกที่เรียกเป็นระดับ pandemic เช่นที่เกิดในปี 2009


 

เรียบเรียงโดย

นพ.ประสงค์ พฤกษานานนท์

คลินิกเด็ก ดอท คอม

แหล่งที่มาของข้อมูล www.cdc.gov/flu

การพัฒนาการของเด็ก อายุ 18 เดือน

การพัฒนาการของเด็ก อายุ 18 เดือน

     การพัฒนาการในวัยนี้ คราวนี้ลูกเดินได้คล่องดีแล้ว เริ่มปีนป่ายกระไดได้สูงขึ้น และชอบปีนเตียง ปีนเก้าอี้ไปทั่ว ลองให้เตะบอล ก็จะพอทำท่าเตะได้ แต่ยังเตะไม่เป็น เมื่อคุณเปิดเพลงให้เขาฟัง เขาจะชอบทำท่าเต้น และของโปรดคือ การหมุนปุ่มต่างๆ ...

อ่านเพิ่มเติม...

ทำไมป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่จึงมีการเสียชีวิตด้วย

ทำไมป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่จึงมีการเสียชีวิตด้วย ไหนใครว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ นอนพักให้ดี ดื่มน้ำมากๆ หรือทานซุปร้อนๆและเข้านอนเร็ว ไม่กี่วันก็หาย ไม่ใช่หรือ?

การเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่แต่ละครั้งก็มีความรุนแรงมากน้อยต่างกัน และไม่ได้ขึ้นอยู่กับความดุของเชื้อเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับปัจจัยอื่นๆอีกหลายอย่าง เช่นระบบภูมิคุ้มกันของคนๆนั้น โรคประจำตัวที่เป็นอยู่ การดูแลรักษาตัวเองในเบื้องต้น และปัญหาการติดเชื้อแทรกซ้อน ซึ่งอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้แม้จะดูแข็งแรงดีมาก่อน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาบางปีก็จะเห็นว่ามีการระบาดรุนแรงและมีอัตราตายและเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลกันมาก ส่วนบางปีก็ดูสบายๆ ไม่มีอะไรตื่นเต้น แต่สำหรับผู้ที่ติดตามเรื่องไข้หวัดใหญ่อย่างจริงจัง จะพบว่าแม้แต่ปีที่ดูสบายๆ ไม่เห็นมีการระบาดที่รุนแรง ก็ยังมีรายงานการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่กันอยู่เสมอๆ แม้แต่ในประเทศที่มีการแพทย์ที่ทันสมัยและพร้อมรับมือกับไข้หวัดใหญ่ในทุกสถานการณ์ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และทางยุโรป

จริงอยู่ที่สำหรับผู้ที่แข็งแรงดี การป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่อาจไม่ต้องการการรักษาอะไรมาก เพียงแค่พักผ่อนให้พอ ไม่กี่วันก็จะดีขึ้นได้เองแต่ใครจะรู้ว่าจะเกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นได้เมื่อไร โดยทั่วไปก็จะแนะนำให้คอยสังเกตุอาการที่ดูเป็นมาก เช่น ไข้ที่สูงอยู่บ่อยๆ ดูเพลียไม่มีแรง เอาแต่นอน ไอมาก หายใจดูเหนื่อยๆ เสมหะเยอะ จะต้องนึกถึงว่ามีปอดบวมแทรก หรือมีอาการทางสมอง เช่น ปวดหัว ปวดตัวมาก ซึมลง เพ้อ อาจเป็นอาการทางสมองของไข้หวัดใหญ่ที่ต้องรีบให้การรักษา  นั้นอย่าประมาทไปนะครับ เพราะมีตัวอย่างให้เห็นกันอยู่เสมอๆ ถ้าไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์


 

เรียบเรียงโดย

นพ.ประสงค์ พฤกษานานนท์

คลินิกเด็ก ดอท คอม

แหล่งที่มาของข้อมูล www.cdc.gov/flu

เนื้อหาอื่นๆ...

  1. ถ้าลูกเพิ่งหายจากการเจ็บป่วย และยังมีอาการไอ หวัด น้ำมูกเล็กน้อย จะฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ไหม?
  2. วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ฉีดในแต่ละปีมีประสิทธิภาพดีจริงหรือ?
  3. สารพันปัญหาเด็ก..ตอน..เบื่อนม
  4. สิ่งน่ารู้เกี่ยวกับ โรคสมาธิสั้น

Page 1 of 4

  • Start
  • ต่อไป
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • ต่อไป
  • End

ClinicDek Dot Com, Powered by Joomla! Web hosting for Joomla by SiteGround