มี 11 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์
พัฒนาการปกติ เดือนที่ 12 หนูเดินได้แล้ว
การรักษาไข้หวัดใหญ่
การรักษาไข้หวัดใหญ่
คนบางคนอาจจะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่โดยไม่ทันได้ตั้งตัว กว่าจะรู้ก็มีอาการไข้ ปวดเมื่อยตัว และไอมาก รู้สึกเพลียๆ มึนๆศีรษะ พยายามนอนพักแต่ก็เพราะการงานจำเป็นทำให้ไม่สามารถหยุดพักได้นาน แม้แต่เด็กที่กำลังเรียน ก็จะหยุดอยู่บ้านได้ไม่กี่วัน หยุดนานไปก็จะมีปัญหาเรียนไม่ทันเพื่อน และมีการบ้านค้างเยอะเลย ส่วนใหญ่อาการจะไม่รุนแรงนัก และทานยารักษาอาการหวัดทั่วไปก็มักจะดีขึ้น
แต่คนบางคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่อาจไม่ได้มีโชคดีที่เพียงพักไม่กี่วันและทานยาธรรมดาก็หาย สามารถกลับไปทำงานหรือไปเรียนได้ตามปกติ เพราะไข้หวัดใหญ่ในคนไข้แต่ละรายอาจมีอาการและการดำเนินโรคได้แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับระบบภูมิคุ้มกันของคนไข้ด้วย จึงพบว่าในรายที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ คนสูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ฯลฯ อาจเกิดโรคแทรกซ้อน ทำให้มีอาการหนักจนต้องเข้ารักษาตัวในหน่วยไอซียู ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หรืออาจจะหนักจนเสียชีวิตได้
ในปัจจุบันจึงมีการใช้ยาต้านไวรัสซึ่งมีฤทธิ์หยุดยั้งการแบ่งตัวของไวรัสไข้หวัดใหญ่ทั้งสายพันธ์ A และ B ได้เป็นอย่างดี ได้แก่ยา Oseltamivir (Tamiflu)ซึ่งเป็นยาชนิดรับประทาน และยา Zanamivir (Relenza) ซึ่งเป็นยาพ่น ใช้สูดดมเข้าปอด และทางการแพทย์พบว่าการให้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่ในช่วง 1 ถึง 2 วันแรกของการเจ็บป่วย จะช่วยทำให้อาการต่างๆดีขึ้นเร็วและลดปัญหาการเกิดโรคแทรกซ้อนลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในปัจจุบันยังไม่พบว่ามีปัญหาการดื้อยาทั้ง 2 ชนิดนี้ที่มีนัยสำคัญ แต่ปัญหาของการรักษาที่ไม่ได้ผลดีนักในบางรายมักจะเกิดจากการที่เริ่มการรักษาช้าหรือเกิดจากการติดเชื้ออื่นแทรกซ้อน หรือจากการที่มีโรคประจำตัว จึงทำให้มีการดำเนินโรค และอาการต่างๆ เช่น ปอดบวมลุกลามได้เร็ว มากว่าที่จะเป็นจากปัญหาเชื้อดื้อยา แต่ในแง่ของเวชปฎิบัติแล้วก็ยังต้องนึกถึงปัญหาเชื้อที่มีการดื้อยาด้วยเสมอ
เรียบเรียงโดย
นพ.ประสงค์ พฤกษานานนท์
คลินิกเด็ก ดอท คอม
แหล่งที่มาของข้อมูล www.cdc.gov/flu
การระบาดของไข้หวัดใหญ่ปี 2013 นี้เหมือนหรือต่างกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่ปี 2009อย่างไร?
การระบาดของไข้หวัดใหญ่ปี 2013 นี้เหมือนหรือต่างกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่ปี 2009อย่างไร?
ปี2013 นี้ถึงแม้จะมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในอเมริกา แต่พบว่าเชื้อที่เป็นสาเหตุก็เป็นเพียงไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ A / H3N2/ Victoria ซึ่งเป็นสายพันธ์ตามฤดูกาล (Seasonal influenza) ไม่ใช่สายพันธ์ใหม่ที่มีการกลายพันธ์จากไวรัสสายพันธ์ของสุกร Swine Influenza อย่างของปี 2009ซึ่งในตอนนั้นประชากรทั่วไปยังไม่เคยมีภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ A H1N1 2009 Swine เลย จึงทำให้เกิดการระบาดลุกลามไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว และประกอบกับการที่เชื้อที่กลายพันธ์นี้มีความดุในการทำลายเนื้อเยื่อของปอดแม้แต่ตอนที่มันอยู่ในสุกรก็ทำให้สุกรที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สุกรเสียชีวิตเป็นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อมันกลายพันธ์มาเข้าสู่คนจึงมีความรุนแรงในแง่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม การหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้มากเช่นกัน ทางองค์การอนามัยโลกจึงขนานนามเป็น pandemic influenza2009 (pdm-09) ซึ่งหมายถึงเชื้อที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก และในตอนปี 2009 นั้น ยังไม่มีวัคซีนสำหรับเชื้อpandemic influenza นี้ จึงทำให้ไม่สามารถหยุดยั้งหรือชะลอการแพร่ระบาดได้ง่ายนัก
โชคดีที่องค์การอนามัยโลกออกประกาศเตือนและมีการใช้นโยบายการแยกผู้ป่วยและการใช้ผ้าปิดปากและจมูก การเน้นสุขอนามัย เช่นการล้างมือ และยังมียาต้านฤทธิ์ไวรัสไข้หวัดใหญ่ Tamiflu และ Relenza ที่สามารถใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้ จึงทำให้อัตราตายลดลง จนในช่วงปลายปี2009 จึงเริ่มมีวัคซีนสำหรับป้องกันเชื้อpdm-09 ออกมาให้เริ่มฉีดกัน เป็นรุ่นพิเศษที่มีเชื้อเดียวคือpdm-09 เท่านั้น ซึ่งในเวลาต่อมาทางองค์การอนามัยได้คัดเลือกให้เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ A/ H1N1/ pdm-09 นี้ เป็นองค์ประกอบหลักในวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในปีต่อๆมาจนถึงปีปัจจุบัน
แต่สำหรับปี2013 นี้ ทางองค์การอนามัยโลกได้ติดตามเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ A/ H3N2/ Victoria นี้ มาตลอดพบว่าเป็นสายพันธ์ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่ไม่ได้มีความดุร้ายเหมือนที่พบในปี 2009และได้มีการทำวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่มีองค์ประกอบของเชื้อไวรัสนี้ให้ใช้แล้ว ตั้งแต่ปลายปี 2012 ซึ่งเป็นวัคซีนที่มีองค์ประกอบของไวรัสทั้ง 3 ชนิด ที่ตรงกับเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่กำลังระบาดในส่วนต่างๆของโลก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ประกาศว่าเชื้อที่มีอยู่ในวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปี นี้เป็น good match กับตัวเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่มีการระบาดอยู่ในตอนนี้ ซึ่งหมายความว่าประสิทธิภาพของวัคซีนปีนี้ในการป้องกันไข้หวัดใหญ่จะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก และเนื่องจากไม่พบว่าเชื้อนี้เกิดการกลายพันธ์จากลูกผสมของสุกร หรือ จาก สัตว์ปีก ( เช่น นก หรือ ไก่) ทำให้ไม่น่าที่จะเกิดการระบาดที่ลุกลามเร็วแพร่ไปทั่วโลกได้อย่างเชื้อ pdm-09 ทำให้ขณะนี้ทางองค์การอนามัยโลกเรียกการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในอเมริกาว่าเป็นแค่ระดับการระบาดทั่วไป (outbreak) ที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น หรือภูมิภาค ไม่ใช่เป็นการระบาดที่จะแพร่กระจายไปทั่วโลกที่เรียกเป็นระดับ pandemic เช่นที่เกิดในปี 2009
เรียบเรียงโดย
นพ.ประสงค์ พฤกษานานนท์
คลินิกเด็ก ดอท คอม
แหล่งที่มาของข้อมูล www.cdc.gov/flu
การพัฒนาการของเด็ก อายุ 18 เดือน
ทำไมป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่จึงมีการเสียชีวิตด้วย
ทำไมป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่จึงมีการเสียชีวิตด้วย ไหนใครว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ นอนพักให้ดี ดื่มน้ำมากๆ หรือทานซุปร้อนๆและเข้านอนเร็ว ไม่กี่วันก็หาย ไม่ใช่หรือ?
การเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่แต่ละครั้งก็มีความรุนแรงมากน้อยต่างกัน และไม่ได้ขึ้นอยู่กับความดุของเชื้อเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับปัจจัยอื่นๆอีกหลายอย่าง เช่นระบบภูมิคุ้มกันของคนๆนั้น โรคประจำตัวที่เป็นอยู่ การดูแลรักษาตัวเองในเบื้องต้น และปัญหาการติดเชื้อแทรกซ้อน ซึ่งอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้แม้จะดูแข็งแรงดีมาก่อน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาบางปีก็จะเห็นว่ามีการระบาดรุนแรงและมีอัตราตายและเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลกันมาก ส่วนบางปีก็ดูสบายๆ ไม่มีอะไรตื่นเต้น แต่สำหรับผู้ที่ติดตามเรื่องไข้หวัดใหญ่อย่างจริงจัง จะพบว่าแม้แต่ปีที่ดูสบายๆ ไม่เห็นมีการระบาดที่รุนแรง ก็ยังมีรายงานการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่กันอยู่เสมอๆ แม้แต่ในประเทศที่มีการแพทย์ที่ทันสมัยและพร้อมรับมือกับไข้หวัดใหญ่ในทุกสถานการณ์ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และทางยุโรป
จริงอยู่ที่สำหรับผู้ที่แข็งแรงดี การป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่อาจไม่ต้องการการรักษาอะไรมาก เพียงแค่พักผ่อนให้พอ ไม่กี่วันก็จะดีขึ้นได้เองแต่ใครจะรู้ว่าจะเกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นได้เมื่อไร โดยทั่วไปก็จะแนะนำให้คอยสังเกตุอาการที่ดูเป็นมาก เช่น ไข้ที่สูงอยู่บ่อยๆ ดูเพลียไม่มีแรง เอาแต่นอน ไอมาก หายใจดูเหนื่อยๆ เสมหะเยอะ จะต้องนึกถึงว่ามีปอดบวมแทรก หรือมีอาการทางสมอง เช่น ปวดหัว ปวดตัวมาก ซึมลง เพ้อ อาจเป็นอาการทางสมองของไข้หวัดใหญ่ที่ต้องรีบให้การรักษา นั้นอย่าประมาทไปนะครับ เพราะมีตัวอย่างให้เห็นกันอยู่เสมอๆ ถ้าไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์
เรียบเรียงโดย
นพ.ประสงค์ พฤกษานานนท์
คลินิกเด็ก ดอท คอม
แหล่งที่มาของข้อมูล www.cdc.gov/flu
